การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ - จิตใจ
ความสำคัญของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรม
ด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
ความหมายของการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์ - จิตใจของเด็กปฐมวัย เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกที่ชี้บ่งถึงความรู้สึกและความต้องการภายในด้วยวิธีการที่หลากหลาย
ทำให้ทราบถึงสภาวะทางอารมณ์ของเด็ก เพื่อตัดสินใจในการเข้าไปช่วยเหลือ
สร้างเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจที่เหมาะสมต่อไป
ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
การประเมินพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ - จิตใจ
หมายถึง การเก็บรวมรวมข้อมูล
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแสดงออกที่ชี้บ่งถึงความรู้สึก
ความต้องการภายในที่เด็กสื่อสารออกมา ทำให้ทราบถึงสภาวะทางอารมณ์ของเด็ก
เพื่อผู้อบรมเลี้ยงดูจะนำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจสร้างเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อไป
ส่วนการสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์-จิตใจ
เป็นการนำข้อมูลจากการประเมินมาสู่การจัดให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่เหมาะสม
และสนับสนุนพฤติกรรมที่เหมาะสมอยู่แล้วให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ดังนั้นการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจจึงมีความสำคัญที่ทำให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์ - จิตใจและเป็นข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม
อันจะส่งผลต่อ บุคลิกภาพและพัฒนาการโดยรวมของเด็กขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ จิตใจ สังคม
จะเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี ผ่อนคลายไม่เครียด
มีจิตใจที่สงบและเป็นสุขโดยร่างกายจะผลิตสารเคมีในสมองที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็ก
ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น
เด็กควรได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ช่วยลดความเครียด
พัฒนาให้เด็กได้รับรู้ความรู้สึกของตนเองและรับรู้การแสดงอารมณ์ของผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์
รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์
ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการของผู้อื่น มีความเมตตาพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดความชัดแย้งสามารถจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้ความรุนแรง
(พัชรี ผลโยธิน 2549: 11-6) ในเรื่องนี้จะขอเสนอขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์
จิตใจของเด็กปฐมวัยใน 2 ส่วน คือ
ขอบข่ายตามทัศนะของนักวิชาการ และชอบข่ายตามจุดหมายการพัฒนาเด็กของหน่วยงานการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
การประเมินพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
การรับรู้อารมณ์ตนเองเป็นการเข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการของตนที่ตรงกับสถานการณ์ต่างๆ
และแสดงออกด้วยสีหน้า ท่าทาง และการกระทำ
เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นๆ
จากนั้นจะพัฒนาไปสู่การรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นโดยรับรู้ว่าการกระทำของคนหนึ่งมีผลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น
ทั้งนี้การับรู้อารมณ์ตนเองจะเกิดขึ้นก่อนการรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นตามวัยและประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองจะทำให้เด็กรู้จักตนเอง
รู้จักการแสดงออกเมื่อมีความรู้สึกต่างๆ การควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
และนำไปสู่การเป็นผู้มีสุขภาพจิตที่ดี
อันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาความเป็นตัวตนของเด็ก และการสร้างสัมพันธภาพกับ
ผู้อื่นและสิ่งต่างๆ รอบตัว
การประเมินพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์ตนเองและผู้อื่นมีประเด็นที่เกี่ยวข้องการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์
เด็กปฐมวัยจะเริ่มพัฒนาความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์
เมื่อเด็กสามารถรับรู้อารมณ์ของตนเองและผู้อื่น
และเข้าใจว่าการแสดงพฤติกรรมของตนและเหตุการณ์ต่างๆ จะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น
การเลือกแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เด็กเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
อันจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสังคมของเด็กต่อไป
สำหรับการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับประเด็ดดังนี้
1) ลักษณะพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์
2) ขอบข่ายการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสม 3 เครื่องมือการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ และ 4) ปัญหาการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ของเด็กปฐมวัยลักษณะพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์
การแสดงออกและการควบคุมอารมณ์
(Jalongo
and isenberg, 2008: 358) ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1.
การแสดงออกเมื่อรู้สึกโกรธหรือวุ่นวายใจอย่างเหมาะสม
2.
การแสดงความสนใจต่อผู้อื่นนอกเหนือจากตัวเอง
3.
เจรจาหรือปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างประนีประนอม
4.
แสดงออกเมื่อรู้สึกยินดีกับผู้อื่น
5. มีการสื่อสารทางอารมณ์อย่างเหมาะสม การประเมินพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
พัฒนาการทางจริยธรรมคุณธรรมของเด็กปฐมวัยจะมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาเด็กปฐมวัยอยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลในระดับสูงมาตัดสินความดีความถูกต้องต่างๆ
แต่จะค่อยเรียนรู้จากการเข้าใจถึงการปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเหมาะสมจากการรับรู้อารมณ์ของตนและผู้อื่น
การแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ การอบรม การดูตัวอย่าง การบอกว่าดี ไม่ดี ถูก. ผิด
จากการบอกและการปฏิบัติให้ดูพร้อม กับการให้คำอธิบายจากผู้ใหญ่
การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ
การประเมินพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัยครอบคลุมในประเด็นต่อไปนี้คือ 1) ลักษณะพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมข่องเด็กปฐมวัย
2) ชอบข่ายของพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
3) เครื่องมือประเมินพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
4) ปัญหาการประเมินพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย
คุณลักษณะคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัย มี 4 ด้าน (ขวัญฟ้า
รังสิยานนท์ 2555: 29-31) ซึ่งใน 4 ด้านประกอบด้วย
คุณลักษณะที่สัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ คือ
1.
ด้านกาย
คือการดูแลตนเองและมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางวัตถุโดยไม่เบียดเบียนตนและ
สิ่งแวดล้อมรอบตัว
2.
ด้านสังคม
คือการมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคมโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3.
ด้านจิตใจ คือการมีสมรรถภาพทางจิตดี มีสุขภาพจิตดี และมีคุณภาพจิตดี
4.
ด้านปัญญา คือการมีความรู้ความเข้าใจในเหตุผล
เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการทำสิ่งดีและคิดแก้ปัญหาได้
การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
หลักการสร้างเสริมพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์
และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
1. การตอบสนองความต้องการของเด็กวัยแรกเกิด-5
ปี ในแต่ละช่วงอายุอย่างเหมาะสม
การได้รับการตอบสนองเมื่อต้องกระทำให้รู้สึกมีความสุข พึงพอใจ
เป็นการสร้างอารมณ์ทางบวกให้เกิดขึ้น และรู้สึกดีต่อโลกโดยรอบ
2.
การเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กการแสดงออกทางอารมณ์ในลักษณะที่เหมาะสมและแสดงออกในทางบวกของผู้อบรมเลียงดูในสถานการณ์ต่างๆ
จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก และเป็นการสร้างอารมณ์ทางบวกให้เด็ก
3.
การแสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ที่ตอบโต้ปฏิกิริยาของเด็กทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรม
เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงผลการกระทำจะสอนให้เด็กรับรู้ถึงอารมณ์พื้นฐานต่างๆ
การแสดงออกทางอารมณ์และผลของการแสดงอารมณ์ของตนและผลที่เกิดกับผู้อื่น
4. การปฏิบัติกับเด็กอย่างสม่ำเสมอคงเส้นคงวาต่อการแสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ของเด็ก
จะทำให้เด็ก รับรู้และเข้าใจความหมายของอารมณ์และผลที่เกิดต่อตนเองและผู้อื่น
การสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมของเด็กปฐมวัย
การสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม
จริยธรรมในเด็กปฐมวัย เป็นการให้เด็กรู้จักเรื่องความถูก ผิด ตามมาตรฐานของสังคม
การปฏิบัติตนตามค่านิยมในเรื่องความดี มารยาท
และสิ่งที่ควรปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันเพื่อความ สุข
สำหรับการสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านจิตใจ
ที่สุมน อมรวิวัฒน์ (2550: 26-27) ให้แนวคิดว่า
การพัฒนาคนเริ่มต้นที่การพัฒนากายและจิตไปพร้อมกัน
สำหรับการพัฒนาจิตใจต้องใช้กระบวนการอบรมเลี้ยงดู กระบวนการการศึกษา
กระบวนการทางวัฒนธรรมและศาสนาไปพร้อมกันอย่างผสมกลมกลืน วัยทองของการพัฒนาทางจิตใจต้องเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิถึง
6 ปี และต่อเนื่องไปตลอด โดยมีลักษณะการซึมชับ ค่อยเป็นค่อยไป
โดยการเรียนรู้แบบอย่างจากการฝึกฝนตนเอง จากการกระทำและวิเคราะห์ผลของการกระทำ และ
พัฒนาให้เป็นคนเก่งคนดีได้
จากความเห็นดังกล่าวแสดงถึงการให้ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรม
ให้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดต่อเนื่องไปผ่านกระบวนการอบรมเลี้ยงดู
และการฝึกปฏิบัติจากครอบครัว สถาน พัฒนาเด็ก สังคมควบคู่กันไป
โดยให้เด็กได้ดูแบบอย่าง และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
โดยทั่วไปการประเมินพัฒนาการเด็กปรมวัยจะประเมินโดยใช้วิธีการและเครื่องมือที่สัมพันธ์กัน ดังนี้คือ 1) การสังเกตโดยใช้แบบสังเกตชนิดต่างๆ
2) การสนทนาโดยใช้แบบบันทึกการสนทนาหรือแบบบันทึกคำพูด
3) การสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์ทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง
4) การรวบรวมผลงานที่แสดงถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการของเด็ก
โดยรวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมงาน
5) การประเมินการเจริญเติบโตโดยใช้เครื่องมือวัดที่ตรง
กับสิ่งที่จะวัด (กระทรวงศึกษาธิการ 2548)
ส่วนการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัยที่นิยมใช้มาก
คือ การประเมินด้วยวิธีการสังเกตจากผู้ประเมินที่ใกล้ชิดและรู้จักเด็กเป็นอย่างดี
คือ พ่อแม่ ครู และผู้ดูแลเด็ก ในที่นี้จะเสนอเกี่ยวกับวิธีการสังเกตพฤติกรรมและเครื่องมือที่ใช้ในการสังเกตพฤติกรรม
วิธีการส่งเสริมทักษะอารมณ์เด็กปฐมวัย
1.
การสงเสริมทักษะดานการตระหนักรูในตัวเอง (Self-awareness)
ควรทำความเข้าใจความสามารถของเด็ก
ส่งเสริมทักษะให้เด็กปฐมวัยมีการแสดงออก ทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
พัฒนาทักษะการเขาสังคม และการรูจักควบคุมพฤติกรรมของตนเองให้
เด็กเติบโตอยางมีความมั่นคงทางจิตใจ
ฝึกให้เด็กปฐมวัยสะท้อนตัวเองผ่านการเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆ ฝึกทักษะให้เด็กปฐมวัยทำสมาธิกอนเริ่มกิจกรรมต่าง
ๆ ฝึกทักษะการสะท้อนความคิด
ส่งเสริมทักษะให้เด็กปฐมวัย การทำความรูจักและเข้าใจตนเองในด้านขอดี
ความสามารถ และอารมณ์เด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้อง เช่น การใหเด็กช่วยเหลือตนเองและปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่าง
ๆ ด้วยตนเอง รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ ช่วยเหลือบุคคลในครอบครัวตามความสามารถ
รวมทั้งให้ เด็กไดสื่อสาร
อารมณ์ของตนเองผ่านการทำงานศิลปะ จัดกิจกรรมใหเด็กรับรู้ภาวะอารมณ์ของตนเอง
จัดกิจกรรมใหเด็กรู้ถึงสิ่งที่คิดและรู้สึก ในปัจจุบันของตนเอง
การสังเกตทุกสิ่งรอบตัว จากความคิด จากคำพูดที่ใช้ ภาพลักษณที่สื่อ
เป็นการรู้ถึงความคิด ตลอดจนผลกระทบที่มีตอคำพูด และการกระทำ
ควรสร้างความเชื่อมั่นและการให้กำลังใจเด็กปฐมวัย
และใช้เครื่องมือจากคำถามครูในการจัดการอารมณ์
2.
การสงเสริมทักษะดานการรูจักบริหารจัดการอารมณ์ (Self-management)
ควรมีการจัดกิจกรรมเสริมทักษะความสามารถในการควบคุมอารมณ์
ความคิด และพฤติกรรมของตนเองที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ให้กับเด็ก
รวมไปถึงสามารถจัดการความเครียดควบคุมและจูงใจ
ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์เชิงลบของตนเองให้แก่เด็ก
และใหเด็กแสดงออกต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม จัดกิจกรรมการควบคุมอารมณ์ตัวเองใหกับเด็ก
ให้รู้จักรอคอย ไม่หมกมุ่นแต่การเล่น เวลาโกรธไม่ใช้กำลัง ใช้การชี้แจงเหตุผล
ใส่ใจและเขาใจอารมณ์ผู้อื่น รับฟัง ฝึกทักษะให้เด็กรูจักชวยเหลือ รู้จักปรับใจ
อารมณ์เสีย น้อยใจ โกรธ ผิดหวัง ไม่เอาแต่เรียกรองสิ่งที่ ต้องการหรือครํ่าครวญ
รื่นเริงเบิกบานอยูคนเดียว ฝึกให้เด็กรู้จักหาสิ่งเพลิดเพลินทำ
รู้จักทำสิ่งที่ผ่อนคลายอารมณ์ อารมณ์ขัน แจมใส ยิ้มง่าย เล่นสนุกได้ไม่โกรธง่าย ๆ
ตัวอย่างกิจกรรมในการส่งเสริมทักษะอารมณ์
การเล่นบทบาทสมมติ
เด็กในวัยปฐมวัยเป็นวัยที่ชอบแสดงออกทางความรู้สึก
กิจกรรมบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางด้านอารมณ์ตนเองได้อย่างเต็มที่
ซึ่งคุณครูหรือผู้ปกครองสามารถสอนให้เด็กแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ออกมาจาก
การแสดงผ่านตัวละครนั้น เช่น ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ มีความสุข ทุกข์ใจ ฯลฯ
โดยสอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าเมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมอะไรตามมา
ซึ่งเป็นการสอนเด็กในการเรียนรู้อารมณ์ของตัวเองได้
การทำงานศิลปะ
การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย
เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ
ได้แสดงออกทางความคิดโดยผ่านบรรยากาศการจัดกิจกรรมที่เด็ก ๆ มีความสุขและสนุกสนาน
มีอิสระในการเลือกทำกิจกรรมด้วยตัวเอง
การเลือกจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กนอกจากจะช่วยสร้างจินตนาการ พัฒนาความคิดแล้ว
ยังช่วยให้คุณครูและผู้ปกครองสามารถรับรู้ความรู้สึกและสภาวะอารมณ์ของเด็กแต่ละคน
การฟังนิทาน
ช่วยให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี
มีความสุข ในขณะที่เด็กฟังนิทานและเนื้อหาในนิทานส่วนใหญ่จะมีการสอดแทรกคติธรรม
ช่วยส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และยังทำให้เด็กมีสมาธิยาวนานขึ้น
จากการตั้งใจในการฟังนิทาน ทำให้เกิดการคิด จินตนาการ มีความกล้าแสดงออก
ตัวหนังสือสีแดง (เพิ่มเติม)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น