วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ - จิตใจ


 การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ - จิตใจ

ความสำคัญของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรม ด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
        ความหมายของการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์ - จิตใจของเด็กปฐมวัย เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกที่ชี้บ่งถึงความรู้สึกและความต้องการภายในด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทำให้ทราบถึงสภาวะทางอารมณ์ของเด็ก เพื่อตัดสินใจในการเข้าไปช่วยเหลือ สร้างเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจที่เหมาะสมต่อไป

ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย

        การประเมินพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ - จิตใจ หมายถึง การเก็บรวมรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแสดงออกที่ชี้บ่งถึงความรู้สึก ความต้องการภายในที่เด็กสื่อสารออกมา ทำให้ทราบถึงสภาวะทางอารมณ์ของเด็ก เพื่อผู้อบรมเลี้ยงดูจะนำข้อมูลไปสู่การตัดสินใจสร้างเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อไป ส่วนการสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์-จิตใจ เป็นการนำข้อมูลจากการประเมินมาสู่การจัดให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่เหมาะสม และสนับสนุนพฤติกรรมที่เหมาะสมอยู่แล้วให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ดังนั้นการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจจึงมีความสำคัญที่ทำให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์ - จิตใจและเป็นข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม อันจะส่งผลต่อ บุคลิกภาพและพัฒนาการโดยรวมของเด็ก

ขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย

          เด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์ จิตใจ สังคม จะเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี ผ่อนคลายไม่เครียด มีจิตใจที่สงบและเป็นสุขโดยร่างกายจะผลิตสารเคมีในสมองที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็ก ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เด็กควรได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ช่วยลดความเครียด พัฒนาให้เด็กได้รับรู้ความรู้สึกของตนเองและรับรู้การแสดงอารมณ์ของผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการของผู้อื่น มีความเมตตาพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดความชัดแย้งสามารถจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้ความรุนแรง (พัชรี ผลโยธิน 2549: 11-6) ในเรื่องนี้จะขอเสนอขอบข่ายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์ จิตใจของเด็กปฐมวัยใน 2 ส่วน คือ ขอบข่ายตามทัศนะของนักวิชาการ และชอบข่ายตามจุดหมายการพัฒนาเด็กของหน่วยงาน

การประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย

         การประเมินพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
          การรับรู้อารมณ์ตนเองเป็นการเข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการของตนที่ตรงกับสถานการณ์ต่างๆ และแสดงออกด้วยสีหน้า ท่าทาง และการกระทำ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นๆ จากนั้นจะพัฒนาไปสู่การรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นโดยรับรู้ว่าการกระทำของคนหนึ่งมีผลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น ทั้งนี้การับรู้อารมณ์ตนเองจะเกิดขึ้นก่อนการรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นตามวัยและประสบการณ์ที่เด็กได้รับ การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองจะทำให้เด็กรู้จักตนเอง รู้จักการแสดงออกเมื่อมีความรู้สึกต่างๆ การควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และนำไปสู่การเป็นผู้มีสุขภาพจิตที่ดี อันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาความเป็นตัวตนของเด็ก และการสร้างสัมพันธภาพกับ ผู้อื่นและสิ่งต่างๆ รอบตัว การประเมินพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์ตนเองและผู้อื่นมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง

การประเมินพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์

        เด็กปฐมวัยจะเริ่มพัฒนาความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ เมื่อเด็กสามารถรับรู้อารมณ์ของตนเองและผู้อื่น และเข้าใจว่าการแสดงพฤติกรรมของตนและเหตุการณ์ต่างๆ จะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น การเลือกแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เด็กเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น อันจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสังคมของเด็กต่อไป สำหรับการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับประเด็ดดังนี้ 1) ลักษณะพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ 2) ขอบข่ายการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสม 3 เครื่องมือการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ และ 4) ปัญหาการประเมินพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ของเด็กปฐมวัย

ลักษณะพฤติกรรมการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์

        การแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ (Jalongo and isenberg, 2008: 358) ซึ่งมีลักษณะดังนี้
          1. การแสดงออกเมื่อรู้สึกโกรธหรือวุ่นวายใจอย่างเหมาะสม
          2. การแสดงความสนใจต่อผู้อื่นนอกเหนือจากตัวเอง
          3. เจรจาหรือปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างประนีประนอม
          4. แสดงออกเมื่อรู้สึกยินดีกับผู้อื่น
          5. มีการสื่อสารทางอารมณ์อย่างเหมาะสม 

การประเมินพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย

        พัฒนาการทางจริยธรรมคุณธรรมของเด็กปฐมวัยจะมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาเด็กปฐมวัยอยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลในระดับสูงมาตัดสินความดีความถูกต้องต่างๆ แต่จะค่อยเรียนรู้จากการเข้าใจถึงการปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเหมาะสมจากการรับรู้อารมณ์ของตนและผู้อื่น การแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ การอบรม การดูตัวอย่าง การบอกว่าดี ไม่ดี ถูก. ผิด จากการบอกและการปฏิบัติให้ดูพร้อม กับการให้คำอธิบายจากผู้ใหญ่ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ
              การประเมินพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัยครอบคลุมในประเด็นต่อไปนี้คือ 
    1) ลักษณะพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมข่องเด็กปฐมวัย 
    2) ชอบข่ายของพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย 
    3) เครื่องมือประเมินพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย 
    4) ปัญหาการประเมินพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย 

        คุณลักษณะคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย มี 4 ด้าน (ขวัญฟ้า รังสิยานนท์ 2555: 29-31) ซึ่งใน 4 ด้านประกอบด้วย คุณลักษณะที่สัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ คือ

         1. ด้านกาย คือการดูแลตนเองและมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางวัตถุโดยไม่เบียดเบียนตนและ สิ่งแวดล้อมรอบตัว
         2. ด้านสังคม คือการมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางสังคมโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น
         3. ด้านจิตใจ คือการมีสมรรถภาพทางจิตดี มีสุขภาพจิตดี และมีคุณภาพจิตดี
         4. ด้านปัญญา คือการมีความรู้ความเข้าใจในเหตุผล เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการทำสิ่งดีและคิดแก้ปัญหาได้

การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย

        หลักการสร้างเสริมพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์ และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
            1. การตอบสนองความต้องการของเด็กวัยแรกเกิด-5 ปี ในแต่ละช่วงอายุอย่างเหมาะสม การได้รับการตอบสนองเมื่อต้องกระทำให้รู้สึกมีความสุข พึงพอใจ เป็นการสร้างอารมณ์ทางบวกให้เกิดขึ้น และรู้สึกดีต่อโลกโดยรอบ
            2. การเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กการแสดงออกทางอารมณ์ในลักษณะที่เหมาะสมและแสดงออกในทางบวกของผู้อบรมเลียงดูในสถานการณ์ต่างๆ จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก และเป็นการสร้างอารมณ์ทางบวกให้เด็ก
            3. การแสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ที่ตอบโต้ปฏิกิริยาของเด็กทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรม เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงผลการกระทำจะสอนให้เด็กรับรู้ถึงอารมณ์พื้นฐานต่างๆ การแสดงออกทางอารมณ์และผลของการแสดงอารมณ์ของตนและผลที่เกิดกับผู้อื่น
            4. การปฏิบัติกับเด็กอย่างสม่ำเสมอคงเส้นคงวาต่อการแสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ของเด็ก จะทำให้เด็ก รับรู้และเข้าใจความหมายของอารมณ์และผลที่เกิดต่อตนเองและผู้อื่น 

การสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย

          การสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรมในเด็กปฐมวัย เป็นการให้เด็กรู้จักเรื่องความถูก ผิด ตามมาตรฐานของสังคม การปฏิบัติตนตามค่านิยมในเรื่องความดี มารยาท และสิ่งที่ควรปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันเพื่อความ สุข สำหรับการสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านจิตใจ ที่สุมน อมรวิวัฒน์ (2550: 26-27) ให้แนวคิดว่า การพัฒนาคนเริ่มต้นที่การพัฒนากายและจิตไปพร้อมกัน สำหรับการพัฒนาจิตใจต้องใช้กระบวนการอบรมเลี้ยงดู กระบวนการการศึกษา กระบวนการทางวัฒนธรรมและศาสนาไปพร้อมกันอย่างผสมกลมกลืน วัยทองของการพัฒนาทางจิตใจต้องเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิถึง ปี และต่อเนื่องไปตลอด โดยมีลักษณะการซึมชับ ค่อยเป็นค่อยไป โดยการเรียนรู้แบบอย่างจากการฝึกฝนตนเอง จากการกระทำและวิเคราะห์ผลของการกระทำ และ พัฒนาให้เป็นคนเก่งคนดีได้ จากความเห็นดังกล่าวแสดงถึงการให้ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรม ให้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดต่อเนื่องไปผ่านกระบวนการอบรมเลี้ยงดู และการฝึกปฏิบัติจากครอบครัว สถาน พัฒนาเด็ก สังคมควบคู่กันไป โดยให้เด็กได้ดูแบบอย่าง และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย

          โดยทั่วไปการประเมินพัฒนาการเด็กปรมวัยจะประเมินโดยใช้วิธีการและเครื่องมือที่สัมพันธ์กัน ดังนี้คือ 
    1) การสังเกตโดยใช้แบบสังเกตชนิดต่างๆ 
    2) การสนทนาโดยใช้แบบบันทึกการสนทนาหรือแบบบันทึกคำพูด 
    3) การสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์ทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง 
    4) การรวบรวมผลงานที่แสดงถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการของเด็ก โดยรวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมงาน 
    5) การประเมินการเจริญเติบโตโดยใช้เครื่องมือวัดที่ตรง กับสิ่งที่จะวัด (กระทรวงศึกษาธิการ 2548) 
        ส่วนการประเมินพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัยที่นิยมใช้มาก คือ การประเมินด้วยวิธีการสังเกตจากผู้ประเมินที่ใกล้ชิดและรู้จักเด็กเป็นอย่างดี คือ พ่อแม่ ครู และผู้ดูแลเด็ก ในที่นี้จะเสนอเกี่ยวกับวิธีการสังเกตพฤติกรรมและเครื่องมือที่ใช้ในการสังเกตพฤติกรรม 

วิธีการส่งเสริมทักษะอารมณ์เด็กปฐมวัย

          1. การสงเสริมทักษะดานการตระหนักรูในตัวเอง (Self-awareness) ควรทำความเข้าใจความสามารถของเด็ก ส่งเสริมทักษะให้เด็กปฐมวัยมีการแสดงออก ทางอารมณ์อย่างเหมาะสม พัฒนาทักษะการเขาสังคม และการรูจักควบคุมพฤติกรรมของตนเองให้ เด็กเติบโตอยางมีความมั่นคงทางจิตใจ ฝึกให้เด็กปฐมวัยสะท้อนตัวเองผ่านการเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆ ฝึกทักษะให้เด็กปฐมวัยทำสมาธิกอนเริ่มกิจกรรมต่าง ๆ ฝึกทักษะการสะท้อนความคิด      ส่งเสริมทักษะให้เด็กปฐมวัย การทำความรูจักและเข้าใจตนเองในด้านขอดี ความสามารถ และอารมณ์เด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้อง เช่น การใหเด็กช่วยเหลือตนเองและปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ด้วยตนเอง รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ ช่วยเหลือบุคคลในครอบครัวตามความสามารถ รวมทั้งให้ เด็กไดสื่อสาร  อารมณ์ของตนเองผ่านการทำงานศิลปะ จัดกิจกรรมใหเด็กรับรู้ภาวะอารมณ์ของตนเอง จัดกิจกรรมใหเด็กรู้ถึงสิ่งที่คิดและรู้สึก ในปัจจุบันของตนเอง การสังเกตทุกสิ่งรอบตัว จากความคิด จากคำพูดที่ใช้ ภาพลักษณที่สื่อ เป็นการรู้ถึงความคิด ตลอดจนผลกระทบที่มีตอคำพูด และการกระทำ ควรสร้างความเชื่อมั่นและการให้กำลังใจเด็กปฐมวัย และใช้เครื่องมือจากคำถามครูในการจัดการอารมณ์
          2. การสงเสริมทักษะดานการรูจักบริหารจัดการอารมณ์ (Self-management) ควรมีการจัดกิจกรรมเสริมทักษะความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเองที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ให้กับเด็ก รวมไปถึงสามารถจัดการความเครียดควบคุมและจูงใจ ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์เชิงลบของตนเองให้แก่เด็ก และใหเด็กแสดงออกต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม จัดกิจกรรมการควบคุมอารมณ์ตัวเองใหกับเด็ก ให้รู้จักรอคอย ไม่หมกมุ่นแต่การเล่น เวลาโกรธไม่ใช้กำลัง ใช้การชี้แจงเหตุผล ใส่ใจและเขาใจอารมณ์ผู้อื่น รับฟัง ฝึกทักษะให้เด็กรูจักชวยเหลือ รู้จักปรับใจ อารมณ์เสีย น้อยใจ โกรธ ผิดหวัง ไม่เอาแต่เรียกรองสิ่งที่ ต้องการหรือครํ่าครวญ รื่นเริงเบิกบานอยูคนเดียว ฝึกให้เด็กรู้จักหาสิ่งเพลิดเพลินทำ รู้จักทำสิ่งที่ผ่อนคลายอารมณ์ อารมณ์ขัน แจมใส ยิ้มง่าย เล่นสนุกได้ไม่โกรธง่าย ๆ

ตัวอย่างกิจกรรมในการส่งเสริมทักษะอารมณ์

         การเล่นบทบาทสมมติ 
          เด็กในวัยปฐมวัยเป็นวัยที่ชอบแสดงออกทางความรู้สึก กิจกรรมบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางด้านอารมณ์ตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคุณครูหรือผู้ปกครองสามารถสอนให้เด็กแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ออกมาจาก การแสดงผ่านตัวละครนั้น เช่น ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ มีความสุข ทุกข์ใจ ฯลฯ โดยสอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าเมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมอะไรตามมา ซึ่งเป็นการสอนเด็กในการเรียนรู้อารมณ์ของตัวเองได้
         การทำงานศิลปะ
          การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงออกทางความคิดโดยผ่านบรรยากาศการจัดกิจกรรมที่เด็ก ๆ มีความสุขและสนุกสนาน มีอิสระในการเลือกทำกิจกรรมด้วยตัวเอง การเลือกจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กนอกจากจะช่วยสร้างจินตนาการ พัฒนาความคิดแล้ว ยังช่วยให้คุณครูและผู้ปกครองสามารถรับรู้ความรู้สึกและสภาวะอารมณ์ของเด็กแต่ละคน
         การฟังนิทาน
          ช่วยให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุข ในขณะที่เด็กฟังนิทานและเนื้อหาในนิทานส่วนใหญ่จะมีการสอดแทรกคติธรรม ช่วยส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และยังทำให้เด็กมีสมาธิยาวนานขึ้น จากการตั้งใจในการฟังนิทาน ทำให้เกิดการคิด จินตนาการ มีความกล้าแสดงออก

ตัวหนังสือสีแดง (เพิ่มเติม)




อ้างอิง

       มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2557. การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัย. จาก About                
                https://www.stou.ac.th/offices/oes/upload
         การส่งเสริมทักษะอารมณ์ในเด็กปฐมวัย. https://shorturl.asia/CDvic

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น