การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย
เมื่อเด็กเติบโตขึ้น มีความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น ความสนใจที่มีเฉพาะต่อตนเองเริ่มขยายออกไปสู่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และคนอื่นๆที่อยู่แวดล้อม การเรียนรู้ทางสังคมจึง เกิดขึ้น โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิด รวมทั้งการรับรู้ค่านิยม แนวปฏิบัติทางสังคม การเรียนรู้ทางสังคมนำมาสู่ การแสดงออก เป็นพฤติกรรมทางสังคมที่มีผลต่อการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการ อยู่ร่วมกันในสังคมของเด็ก การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกาอบรม เลี้ยงดูเด็ก เข้าใจถึงสภาวะของพัฒนาการทางสังคมของเด็กในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปสู่การตัดสินใจ สร้างเสริมพฤติกรรมทางสังคมของเด็กให้เหมาะสมต่อไป
ความหมายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย
ความสำคัญของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมล้านยังคมของเด็กปฐมวัย
แนวการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย
เด็กจะมีความสุขและรู้จักรับมือกับปัญหาง่าย
ๆ ได้ดีขึ้น เมื่อพวกเขาเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ของตนเองได้
เมื่อเด็กไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เค้าก็จะแสดงออกถึงอารมณ์ที่รุนแรง
จากความคับข้องใจ ความโกรธ หรือความผิดหวัง
เด็กมักจะแสดงอารมณ์เหล่านี้ผ่านพฤติกรรม ที่เราพบเห็นกันทั่วไปได้ เช่น เมื่อต้องการอะไรแล้วไม่ได้ดังใจ
ก็จะร้องหรือกรีดเสียงออกมาดัง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่า
ฉันไม่พอใจ หรือถ้าฉันไม่ได้ดั่งใจก็จะแสดงพฤติกรรมนั้นออกมา
วันนี้ครูแหม่มจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในชั้นเรียน
กับเด็กที่ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ พอเพื่อนทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ใช้มือตีเพื่อนเลย
หรือที่เรียกว่า การทำไปตามอำเภอใจโดยใช้กำลัง และครูแหม่มก็มี หลักการง่าย ๆ
ที่จะช่วยฝึก พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคม ให้เด็ก ๆ
อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ในฐานะผู้ปกครอง หรือผู้ที่ใกล้ชิด
เราต้องหมั่นเป็นสังเกต เมื่อเห็นท่าที หรือสีหน้าเด็กแสดงออกถึงความวิตกกังวล
รู้สึกหนักใจ แต่ไม่สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ
ควรให้เวลาและพูดคุยกับเด็กแบบเป็นกันเอง ค่อย ๆ พูดเหมือนคุยเล่นปกติไม่คาดคั้น
หรือทำน้ำเสียงดุจนเกินไป เพราะเด็กอาจกลัวจนไม่กล้าบอก ในบางครั้งก็ยากที่เราจะรู้ได้ว่าจริง
ๆ แล้วเมื่อเด็กเค้าอยู่ในสังคมใหญ่ เค้ากำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง
ครูแหม่มแนะนำค่ะว่า เมื่อเด็กกลับจากโรงเรียน อย่างน้อยก็ควรถามเด็กว่า
วันนี้ที่โรงเรียนเป็นอย่างไร? มีเหตุการณ์อะไรที่หนูชอบหรือไม่ชอบ
มาเล่าให้ฟังหน่อย การที่เด็กบอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ดีและไม่ดีให้เราฟัง
ทำให้เราอธิบายข้อดีข้อเสียของเรื่องนั้น ๆ ให้เด็กได้เรียนรู้
และซึมซับไปทีละน้อย
จะทำให้เด็กพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้มากอีกด้วยค่ะ
ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์ผ่านกิจกรรมศิลปะ
การพัฒนาอารมณ์เพื่อให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
ในการสร้างเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์
ของเด็ก ๆ อย่างแรกเลยเริ่มได้จากที่บ้านก่อน คือ
ผู้ปกครองทำเป็นแบบอย่าง
ใช้พฤติกรรมของตัวเองชี้นำเด็ก เพราะเด็กอยู่ใกล้ชิดเราอยู่กับเราตั้งแต่แรกเกิด
เด็กจะคอยสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมจากผู้ใหญ่หรือผู้ที่ใกล้ชิด
การที่เราแสดงออกในสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็จะทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้ไปใช้ในที่อื่น
ๆ ด้วยเช่นกัน
กิจกรรม ยับยั้งชั่งใจ
รู้และปฏิบัติตามกฏระเบียบของการอยู่ร่วมกัน
การรับรู้ทางสังคม
การรู้จักเคารพสิทธิผู้อื่น
เช่นเดียวกันกับที่ผู้อื่นควรเคารพสิทธิของเรา อาจยกตัวอย่างให้เด็กเข้าใจง่าย ๆ
เช่น ถ้าเราจะยืมสี หรือดินสอของคนอื่น เราควรขออนุญาต
เมื่อเขาอนุญาตเราจึงหยิบไปใช้ได้ และหากเจ้าของไม่อนุญาตก็ไม่ควรหยิบมาใช้ เพราะมีเหตุการณ์ที่ครูแหม่มพบเจอบ่อย
ๆ คือ เมื่อไม่ได้รับอนุญาตแล้วหยิบไปใช้ หรือใช้แล้วไม่คืน
อาจทำให้เด็กทะเลาะและลงไม้ลงมือกันได้ค่ะ
การส่งเสริมให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเอง
มีความเชื่อมั่น เห็นคุณค่าในตนเอง
การให้คำชมเชยเด็กเมื่อเด็กทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จด้วยความพยายาม และเราจะต้องไม่คาดหวังว่าจะต้องดีที่สุด
รวมทั้งสอนให้เด็กรู้จักชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่นด้วย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น