วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

 

การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย
       เมื่อเด็กเติบโตขึ้น มีความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น ความสนใจที่มีเฉพาะต่อตนเองเริ่มขยายออกไปสู่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และคนอื่นๆที่อยู่แวดล้อม การเรียนรู้ทางสังคมจึง เกิดขึ้น โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิด รวมทั้งการรับรู้ค่านิยม แนวปฏิบัติทางสังคม การเรียนรู้ทางสังคมนำมาสู่ การแสดงออก เป็นพฤติกรรมทางสังคมที่มีผลต่อการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการ อยู่ร่วมกันในสังคมของเด็ก การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกาอบรม เลี้ยงดูเด็ก เข้าใจถึงสภาวะของพัฒนาการทางสังคมของเด็กในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปสู่การตัดสินใจ สร้างเสริมพฤติกรรมทางสังคมของเด็กให้เหมาะสมต่อไป 

ความหมายของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

        การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย หมายถึง การรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กที่เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบุคคลอื่นและทักษะ การปรับตัวอยู่ในสังคมปรากฏในแต่ละช่วงอายุเพื่อนำผลที่ได้มาพิจารณาในการสร้างเสริมพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสมต่อไป

ความสำคัญของการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมล้านยังคมของเด็กปฐมวัย

        1. ความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย เวิรธ์แรม (Wortham,1994: 131) ให้ความเห็นที่แสดงถึงความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ดังนี้
            1) ทำให้รู้ว่าเด็กมีพัฒนาการทางสังคมเป็นอย่างไร
            2) ทำให้รู้ว่าเด็กมีวิธีการเรียนรู้ทักษะทางสังคมอย่างไร
            3) ทำให้รู้ถึงความต้องการของเด็กที่จะเรียนรู้ทักษะทางสังคมเพื่อนำไปสู่การตอบสนองที่เหมาะสม
            4) ทำให้รู้ถึงวิธีการจัดการทางสังคมของเด็ก
            5) ทำให้ตระหนักว่าพฤติกรรมทางสังคมที่เด็กแสดงออกที่ต่างออกไปย่อมมีที่มาผู้ใหญ่จึงต้องทำ -ความเข้าใจและตอบสนองให้เหมาะสม
         2. ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคม การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็ก -ปฐมวัยด้านสังคม มีความสำคัญดังนี้
             1. การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยด้านสังคมในระยะเวลาของวัยที่เหมาะสม
             2. การสร้างเสริมพฤติกรรมสังคมทางบวกให้กับเด็กปฐมวัย
             3. การสร้างเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวัยค้านสังคม

แนวการประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย

      การประเมินพฤติกรรมด้านสังคมของเด็กปฐมวัย เป็นการประเมินเพื่อให้ทราบถึงสภาวะทางสังคมของเด็ก ว่าเป็นไปตามคุณลักษณะตามวัยหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาไปตามวัย และการเตรียมพื้นฐานทักษะทางสังคมให้พร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป
      การประเมินพฤติกรรมด้านสังคม เป็นการประเมินที่ครอบคลุมตามขอบข่ายพฤติกรรมทางสังคม โดยมี -วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ประเมินที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริง ข้อมูลที่ได้จะนำมาประกอบการตัดสินใจในการสร้างเสริมด้านสังคมของเด็กต่อไป 

การประเมินพฤติกรรมความเป็นมิตร
        เด็กที่รู้จักตนเอง ยอมรับ และเข้าใจตนเองทั้งทางอารมณ์-จิตใจ ลักษณะความเป็นอยู่ รับรู้ถึงความสามารถ ของตน และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เลี้ยงดู มีความสุขในสภาพแวดล้อม จะทำให้เด็กรู้สึกพอใจในตนเองและเชื่อมโยง ความรู้สึกดังกล่าวไปยังผู้อื่น ทำให้รู้จักเข้าใจและยอมรับผู้อื่น ตลอดจนการรู้จักที่จะเข้าถึงผู้อื่นในเชิงบวก ทำให้เกิด สัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน ลักษณะดังกล่าวคือความเป็นมิตร ในที่นี้จะเสนอประเด็นเกี่ยวกับการประเมินพฤติกรรม
            แมคอาฟี และลีออง (McAfee and Leong, 2011: 230) ระบุว่าความเป็นมิตรแสดงถึงลักษณะ -การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่สังเกตได้จากการเล่นของเด็กกับกลุ่มเพื่อนที่แสดงออกดังนี้
            1. มีการสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจกัน
            2. มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันด้วยการใช้คำถาม
            3. มีการตั้งจุดมุ่งหมายที่มั่นคงในการสร้างความสัมพันธ์
            4. มีการเจรจาอย่างประนีประนอมเมื่อมีความขัดแย้งกัน
            5. แสดงถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นไปในทางบวก
            6. แสดงการแบ่งปันความรู้สึกภายในของตน และห่วงใยความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง
การส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคมในเด็กปฐมวัย

        เด็กจะมีความสุขและรู้จักรับมือกับปัญหาง่าย ๆ ได้ดีขึ้น เมื่อพวกเขาเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ของตนเองได้ เมื่อเด็กไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เค้าก็จะแสดงออกถึงอารมณ์ที่รุนแรง จากความคับข้องใจ ความโกรธ หรือความผิดหวัง เด็กมักจะแสดงอารมณ์เหล่านี้ผ่านพฤติกรรม ที่เราพบเห็นกันทั่วไปได้ เช่น เมื่อต้องการอะไรแล้วไม่ได้ดังใจ ก็จะร้องหรือกรีดเสียงออกมาดัง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่า ฉันไม่พอใจ หรือถ้าฉันไม่ได้ดั่งใจก็จะแสดงพฤติกรรมนั้นออกมา วันนี้ครูแหม่มจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในชั้นเรียน กับเด็กที่ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ พอเพื่อนทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ใช้มือตีเพื่อนเลย หรือที่เรียกว่า การทำไปตามอำเภอใจโดยใช้กำลัง และครูแหม่มก็มี หลักการง่าย ๆ ที่จะช่วยฝึก พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคม ให้เด็ก ๆ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

          ในฐานะผู้ปกครอง หรือผู้ที่ใกล้ชิด เราต้องหมั่นเป็นสังเกต เมื่อเห็นท่าที หรือสีหน้าเด็กแสดงออกถึงความวิตกกังวล รู้สึกหนักใจ แต่ไม่สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ ควรให้เวลาและพูดคุยกับเด็กแบบเป็นกันเอง ค่อย ๆ พูดเหมือนคุยเล่นปกติไม่คาดคั้น หรือทำน้ำเสียงดุจนเกินไป เพราะเด็กอาจกลัวจนไม่กล้าบอก ในบางครั้งก็ยากที่เราจะรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วเมื่อเด็กเค้าอยู่ในสังคมใหญ่ เค้ากำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง ครูแหม่มแนะนำค่ะว่า เมื่อเด็กกลับจากโรงเรียน อย่างน้อยก็ควรถามเด็กว่า วันนี้ที่โรงเรียนเป็นอย่างไร? มีเหตุการณ์อะไรที่หนูชอบหรือไม่ชอบ มาเล่าให้ฟังหน่อย การที่เด็กบอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ดีและไม่ดีให้เราฟัง ทำให้เราอธิบายข้อดีข้อเสียของเรื่องนั้น ๆ ให้เด็กได้เรียนรู้ และซึมซับไปทีละน้อย จะทำให้เด็กพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้มากอีกด้วยค่ะ ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์ผ่านกิจกรรมศิลปะ

การพัฒนาอารมณ์เพื่อให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

ในการสร้างเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ของเด็ก ๆ อย่างแรกเลยเริ่มได้จากที่บ้านก่อน คือ

          ผู้ปกครองทำเป็นแบบอย่าง

 ใช้พฤติกรรมของตัวเองชี้นำเด็ก เพราะเด็กอยู่ใกล้ชิดเราอยู่กับเราตั้งแต่แรกเกิด เด็กจะคอยสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมจากผู้ใหญ่หรือผู้ที่ใกล้ชิด การที่เราแสดงออกในสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็จะทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้ไปใช้ในที่อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

          กิจกรรม ยับยั้งชั่งใจ

          สามารถทำได้ง่าย ๆ คือ การนำขนมเด็ก ๆ ชอบ มาวางไว้บนโต๊ะ 1 ชิ้น จากนั้นสร้างข้อตกลงกับเด็กว่า ให้เด็กนั่งรอห้ามหยิบจับขนมที่วางอยู่ตรงหน้า ให้รอสัญญาณเท่านั้นถึงจะหยิบจับและรับประทานได้ โดยที่ผู้ปกครองหรือครูจะไม่อยู่ในพื้นที่นั้น เพื่อดูว่าเด็กสามารถควบคุมตัวเองได้หรือไม่ ถ้าเด็กควบคุมตัวเองได้ ก็จะนั่งรอจนกว่าจะได้รับคำสั่งหรือสัญญาณ แต่ถ้าเด็กคนไหนควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็จะมีการแอบหยิบจับขนมเอามาดมมาดู ซึ่งอยู่นอกเงื่อนไข กิจกรรมนี้ครูแหม่มเคยลองทำแล้วสนุกมากค่ะ เป็นอีกวิธีในการสร้างการควบคุมตนเองได้ดีสำหรับเด็ก

          รู้และปฏิบัติตามกฏระเบียบของการอยู่ร่วมกัน

          เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง มองโลกในแง่ดี รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รับฟังผู้อื่นอย่างมีเหตุผล รับรู้ถึงความต้องการของคนอื่น และที่สำคัญรู้จักมารยาททางสังคม เช่น เมื่อทำผิดรู้จักกล่าวคำขอโทษ ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงการรับผิดชอบในการกระทำของตนเองเมื่อรู้สึกผิด

          การรับรู้ทางสังคม

          การรู้จักเคารพสิทธิผู้อื่น เช่นเดียวกันกับที่ผู้อื่นควรเคารพสิทธิของเรา อาจยกตัวอย่างให้เด็กเข้าใจง่าย ๆ เช่น ถ้าเราจะยืมสี หรือดินสอของคนอื่น เราควรขออนุญาต เมื่อเขาอนุญาตเราจึงหยิบไปใช้ได้ และหากเจ้าของไม่อนุญาตก็ไม่ควรหยิบมาใช้ เพราะมีเหตุการณ์ที่ครูแหม่มพบเจอบ่อย ๆ คือ เมื่อไม่ได้รับอนุญาตแล้วหยิบไปใช้ หรือใช้แล้วไม่คืน อาจทำให้เด็กทะเลาะและลงไม้ลงมือกันได้ค่ะ

          การส่งเสริมให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเอง

          มีความเชื่อมั่น เห็นคุณค่าในตนเอง การให้คำชมเชยเด็กเมื่อเด็กทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จด้วยความพยายาม และเราจะต้องไม่คาดหวังว่าจะต้องดีที่สุด รวมทั้งสอนให้เด็กรู้จักชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่นด้วย

ตัวหนังสือสีแดง (เพิ่มเติม)

อ้างอิง
        Krumam. (2566). การส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และสังคมในเด็กปฐมวัย. เข้าถึงได้จาก :                                  https://shorturl.asia/CDvic.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น