หลักในการสัมภาษณ์
1. การกำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสัมภาษณ์
2. เตรียมตัวและเตรียมเครื่องมือ
3. ผู้สัมภาษณ์ควรเป็นผู้ฟังที่ดี
4. ขั้นยุติการสัมภาษณ์
ประเภทของการสัมภาษณ์
1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interviews) ผู้สัมภาษณ์จะต้องเตรียมคำถามที่จะถามไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการสะดวกต่อผู้สัมภาษณ์
2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หรือไม่เป็นทางการ ( Unstructured หรือ Informal Interviews ) เป็นวิธีการที่ใช้มากในการสัมภาษณ์เด็กเล็ก เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่มีการสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบแล้ว ครูอาจเตรียมหัวข้อที่ต้องการคุยหรือสนทนากับเด็กไว้อย่างคร่าวๆ แต่ไม่ได้จดคำถามให้เด็กตอบทีละข้อเหมือนการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ครูอาจซักถามหรือคุยกับเด็กในเรื่องที่ครอบคลุมหัวข้อที่ครูเตรียมไว้ การสัมภาษณ์แบบนี้ผู้สัมภาษณ์ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการถามคำถามและการตอบสนองต่อคำตอบของเด็ก ในขณะเดียวกันผู้สัมภาษณ์จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดี มีการกำหนดจุดมุ่งหมาย หรือวางแผนการสัมภาษณ์มาก่อน และสามารถกระตุ้นหรือถามคำถามให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เข้าสู่ประเด็น
ข้อดีของการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง
สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์มีอิสระมากขึ้นในการถาม ตอบและช่วยให้ครูรู้จักเด็กในชั้นของตนมากขึ้น มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เด็กบางคนที่ขี้อายหรือพูดน้อยในชั้นเรียน อาจจะช่างพูดมากขึ้นเมื่อมีโอกาสสนทนา พูดคุยกับครูสองต่อสอง ช่วยให้ครูได้ภาพรวมของเด็กมากขึ้น และการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างควรใช้ร่วมกับเครื่องมือประเมินผลชนิดอื่นๆ
ข้อจำกัดของการประเมินผลแบบใช้วิธีการสัมภาษณ์
1. คำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์
2. จำนวนเวลาที่ใช้ในการตอบคำถาม
3. ความไว้วางใจและความคุ้นเคยของผู้ถูกสัมภาษณ์ที่มีต่อผู้สัมภาษณ์
4. การตีความและวิเคราะห์ข้อมูล
5.การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง (Partially Structured Interviews)
ที่มา https://shorturl.asia/zh7K8
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น